
อาหารที่ผู้ป่วยควรจะรับประทาน คือ
 |
ผักและผลไม้ ซึ่งจะมีวิตามินที่สำคัญ และเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการ |
 |
เนื้อและไข่ ซึ่งจะได้ทั้งโปรตีน, วิตามินและเกลือแร่ซึ่งร่างกายของท่านต้องการเพื่อไปซ่อมแซมผิวหนัง, ผม, กล้ามเนื้อและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย |
 |
ข้าวและขนมปัง ซึ่งจะมีวิตามิน, เกลือแร่และโปรตีนบางชนิด |
 |
นมและเนย ซึ่งจะมีโปรตีน, วิตามินและแคลเซียม |
บางครั้งท่านอาจจะรู้สึกไม่อยากรับประทานอาหาร รู้สึกอิ่มง่าย มีความลำบากในการเคี้ยว, การรู้รสเสียไปและการกลืนไม่สะดวกเหมือนปกติ ดังนั้นในวันใดที่ท่านรู้สึกอยากรับประทานอาหารควรจะถือโอกาสรับประทานให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ไว้ใช้ทดแทนกันในวันที่ท่านรับประทานได้น้อย แต่ถ้าท่านไม่มีความอยากรับประทานอาหารและควบคุมน้ำหนักไม่ได้ ท่านก็ควรจะรับประทานให้บ่อยครั้งขึ้น แต่ครั้งละไม่ต้องมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเมื่อใดที่ท่านรู้สึกอยากรับประทานก็ขอให้รับประทานได้ทันทีเลย โดยไม่ต้องไปพะวงว่ายังไม่ถึงเวลารับประทานอาหาร
ท่านควรจะดื่มน้ำมากๆ ประมาณวันละ 8-10 แก้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ได้รับยา ทั้งนี้เพราะว่ายาบางชนิดอาจจะมีผลต่อไต และกระเพาะปัสสาวะของท่านได้ น้ำดื่ม ในที่นี้รวมทั้งน้ำดื่มปกติ, น้ำผลไม้และน้ำแกงด้วย ท่านสามารถที่จะดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์ (ไวน์, เบียร์) ได้เล็กน้อย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้อยากรับประทานอาหาร แต่ขอให้ท่านถามแพทย์ให้แน่นอนเสียก่อนเพราะมียาอยู่ 2-3 ชนิดที่จะไปมีปฏิกริยากับแอลกอฮอล์ ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรดื่มแอลกฮอล์ใน 48 ชั่วโมงแรกหลังจากที่ได้รับสารเคมีบำบัด
ยาบางชนิดอาจจะมีผลต่อการรักษาด้วยสารเคมีบำบัด ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องบอก แพทย์หรือพยาบาล ถ้าท่านรับประทานยารายการต่อไปนี้
ยาปฏิชีวนะ
ยาห้ามการแข็งตัวของเลือดและยาที่เกี่ยวกับเลือดทั้งหลาย
ยาระงับการซัก
แอสไพริน
ยาพวกบาบิทูเรต
ยาลดความดันโลหิต
ยาระงับอาการไอ
ยารักษาเบาหวาน
ยาขับปัสสาวะ
ยาฮอร์โมนทั้งหลาย รวมทั้งยาคุมกำเนิด
ยานอนหลับ
ยากล่อมประสาท
ยาพ่นจมูก
ดาวอน (โดโลซิน คอมปาวด์)
สารเคมีบำบัดทุกชนิดอาจทำให้เกิดผลแทรกซ้อนข้างเคียง แต่ในผู้ป่วยบางรายที่ได้รับยาพวกนี้อาจจะไม่มีอาการเลยก็ได้ บางรายก็อาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ในบางรายก็อาจจะมีอาการค่อนข้างรุนแรง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและขนาดของยาที่ใช้ และยาแต่ละชนิดก็อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้แตกต่างกันออกไป แต่ข้อสำคัญที่ควรระลึกถึง ก็คือผลแทรกซ้อนข้างเคียงส่วนใหญ่และที่มีอาการรุนแรงมักจะเป็นเฉพาะในวันที่ได้รับยา หรือหลังจากนั้นอีกเพียง 1-2 วัน และอาการเกือบทุกอย่างจะเป็นเพียงชั่วคราวและจะค่อยๆ หายไป เมื่อการรักษาเสร็จสิ้นลงไปแล้ว
วิธีการรักษาโดยการใช้สารเคมีบำบัด
วิธีการให้สารเคมีบำบัดกับผู้ป่วย
อาหารที่ผู้ป่วยควรรับประทาน
ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
ผลต่อช่องปาก
ผลต่อไขกระดูก
ผลต่อผม, ขน, กล้ามเนื้อ, ประสาท, ผิวหนัง และรังไข่
ผลต่อปัสสาวะ และอารมณ์
ตำแหน่ง และการแพร่กระจายของมะเร็ง
|