อาการ
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
การตรวจพิเศษ
ระยะต่างๆ ของมะเร็งเต้านม



 



การผ่าตัด
การฉายแสง
การใช้สารเคมีบำบัด
วิธีฮอร์โมน


 



คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
คำแนะนำสำหรับสามีผู้ป่วย
คำแนะนำสำหรับลูก ๆ

 


 

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสาร


ผลกระทบต่อไขกระดูก

ไขกระดูก จะเป็นตัวสร้างเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค เม็ดเลือดแดงเพื่อเป็นตัวนำออกซิเจนไปสู่เซลทั่วร่างกาย และเกล็ดเลือดเพื่อช่วยให้เลือดแข็งตัว ซึ่งเซลทั้ง 3 ชนิด จะเป็นเซลที่มีการเจริญเติบโตเร็วมาก (เพื่อทดแทนส่วนที่ตายไป) ดังนั้นก็อาจจะถูกทำลายจากสารเคมีบำบัด ถ้าจำนวนลดต่ำลงมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอันตรายสำหรับผู้ป่วยได้ และเป็นเซลกลุ่มเดียวที่สามารถนับจำนวนได้ ดังนั้นจึงจะใช้จำนวนของเม็ดเลือดขาว, เกล็ดเลือด และเม็ดเลือดแดงเป็นตัวบ่งชี้ว่าจะต้องเลื่อนกำหนดการให้ยา, ลดขนาดของยา, หรืออาจจะต้องเปลี่ยนยาหรือเปลี่ยนวิธีการรักษา ดังนั้นก่อนให้ยาทุกครั้งจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเจาะเลือดของท่านมานับดูเซลเหล่านี้เสียก่อนว่ามีจำนวนเท่าใด น้อยเกินไปหรือไม่ ในบางครั้งนอกจากจะหยุดยาแล้ว อาจจะต้องให้เลือดเข้าไปแทนก็ได้ ถ้าจำนวนเม็ดเลือดลดลงมากจนถึงขั้นที่อาจจะมีอันตรายได้

เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนข้างเคียงที่สำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องเจาะเลือดของท่านมาดูจำนวนของเม็ดเลือดแดง, เม็ดเลือดขาว, และเกล็ดเลือดทุกครั้งก่อนให้ยา หรือถ้ามีความจำเป็นก็อาจจะต้องตรวจสอบบ่อยกว่านั้นได้

อย่าไปในที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หรือคนที่กำลังเป็นโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัด เป็นต้น
ระวังอย่าให้เกิดบาดแผล

ถ้าท่านติดเชื้อท่านจะมีอาการดังต่อไปนี้

ท่านจะมีไข้ อุณหภูมิของร่างกายจะสูงกว่า 37.0 เซลเซียส
ท้องเสียนานกว่า 2 วัน
ท่านอาจรู้สึกแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ

ถ้าท่านมีอาการดังกล่าว ท่านจะต้องรีบติดต่อแพทย์ทันที เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการรักษาที่รวดเร็ว

เกล็ดเลือดมีหน้าที่ทำให้เลือดแข็งตัว ถ้ามีจำนวนเกล็ดเลือดไม่เพียงพอ ท่านก็อาจจะมีเลือดออกง่ายกว่าปกติ ท่านอาจจะสังเกตพบว่าเกิดจ้ำเลือดได้ง่ายกว่าปกติ มีบาดแผลแล้วเลือดไหลไม่หยุด อาจมีจุดเลือดออกเล็กๆ ใต้ผิวหนัง มีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน หรือถ่ายปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อหรืออาจจะเป็นเลือดสดๆ ปนออกมาก็ได้ ดังนั้นเมื่อท่านทราบว่าจำนวนเกล็ดเลือดต่ำ ท่านควรจะปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

ใช้สำลีพันปลายไม้แทนแปรงสีฟัน
เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในขณะใช้ของมีคม หรือจำเป็นที่ต้องเล่นกีฬาที่มีการปะทะกัน เช่น ฟุตบอล
ถ้าท่านมีบาดแผล ควรใช้ผ้าสะอาดกดลงบนแผลให้แน่นและนาน ถ้าเลือดไม่หยุดไหล หรือบริเวณนั้นบวมมากขึ้น ต้องรีบไปหาแพทย์โดยด่วน
สวมถุงมือหรือเครื่องป้องกันถ้าจะต้องทำงานที่อาจจะทำให้เกิดบาดแผลได้
สวมถุงมือป้องกันความร้อนในเวลาทำครัว
อย่ารับประทานแอสไพริน เพราะว่าจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้นอีก
อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือรับประทานยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากแพทย์
ถ้ามีเลือดออกผิดปกติที่ใด ต้องรีบรายงานให้แพทย์ทราบทันที

เม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ขนส่งออกซิเจนไปยังเซลทั่วร่างกาย ถ้ามีจำนวนน้อยลงเซลก็จะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ สำหรับการทำงาน ท่านอาจจะรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม, รู้สึกหนาว, อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย และหายใจเหนื่อย ถ้าท่านมีอาการดังกล่าวก็ควรจะรายงานให้แพทย์ทราบ โดยทั่วไปแล้วอาการมักจะดีขึ้นเองได้ แต่ในบางครั้งเราก็อาจจำเป็นที่จะต้องให้ท่านรับประทานเหล็ก, วิตามิน หรือในบางครั้งอาจจะต้องให้เลือดโดยตรง จำนวนของเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดจะเพิ่มจำนวนขึ้นสู่ระดับปกติได้รวดเร็วพอสมควร ถ้าฤทธิ์ของสารเคมีบำบัดหมดไป ดังนั้นส่วนใหญ่ของการให้สารเคมีบำบัดจะต้องมีระยะหยุดพัก เพื่อให้เวลาไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทนส่วนที่ถูกทำลายไปเสียก่อน เพราะว่าถ้าจำนวนเม็ดเลือดมีน้อยกว่าปกติและให้สารเคมีบำบัดเข้าไปอีก เม็ดเลือดเหล่านั้นอาจจะมีจำนวนน้อยมากลงไปอีก ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ดังนั้นเราจะต้องเจาะเลือดของท่านมาตรวจดูเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะที่ลดต่ำมาก ซึ่งนอกจากจะงดให้ยาแล้ว เราอาจจะต้องให้เลือด หรือให้เฉพาะเกล็ดเลือดก็ได้ตามความจำเป็น


วิธีการรักษาโดยการใช้สารเคมีบำบัด
วิธีการให้สารเคมีบำบัดกับผู้ป่วย
อาหารที่ผู้ป่วยควรรับประทาน
ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
ผลต่อช่องปาก
ผลต่อไขกระดูก
ผลต่อผม, ขน, กล้ามเนื้อ, ประสาท, ผิวหนัง และรังไข่
ผลต่อปัสสาวะ และอารมณ์
ตำแหน่ง และการแพร่กระจายของมะเร็ง

หน้าหลัก รู้จักมะเร็งเต้านม นมใคร..นมมัน ปรึกษาแพทย์ คำถามที่พบบ่อย sitemap ผู้จัดทำ

2007 (c) Copyright Bangkokbreast.com. All rights reserved.