
วิธีการทำลายรังไข่มี 2 วิธี คือ
- วิธีการผ่าตัด (Surgical castration) โดยผ่าตัดเปิดหน้าท้องเข้าไปตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้างออก (bilateral oophorectomy) วิธีนี้มีข้อดีคือ สามารถลดระดับของฮอร์โมนเพศหญิงได้เร็วมาก และสามารถสำรวจดูอวัยวะอื่นๆ ภายในช่องท้องได้ด้วยว่ามีมะเร็งแพร่กระจายไปแล้วหรือยัง แต่ก็มีข้อเสียคือ ผู้ป่วยจะต้องอยู่โรงพยาบาลหลายวัน และอาจจจะมีอาการแทรกซ้อนที่เกิดจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้องได้ เช่นเกิดลำไส้อุดตันจากพังผืดมารัด
- วิธีฉายแสง (Radiation castration) โดยใช้รังสีไปทำลายเซลของรังไข่ วิธีนี้มีข้อดีคือ ผู้ป่วยไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลและอาการแทรกซ้อนน้อยมาก เพราะว่าใช้รังสีจำนวนค่อนข้างน้อย แต่ก็มีข้อเสียเล็กน้อยคือ จะได้ผลช้ากว่าวิธีการผ่าตัดเล็กน้อย แพทย์ส่วนใหญ่นิยมวิธีฉายแสงมากกว่า เพราะสะดวกทั้งแพทย์และผู้ป่วย
ลำดับต่อไปก็คือการทำลายต่อมหมวกไต (Adrenalectomy) หรือต่อมใต้สมอง (Hypophysectomy) ซึ่งฮอร์โมนจากต่อมทั้ง 2 นี้ จะไปกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลมะเร็ง ซึ่งส่วนมากแล้วแพทย์จะเลือกทำเพียงวิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น เพราะว่าทั้ง 2 วิธีได้ผลเท่าๆ กัน และทั้งการทำก็มีผลแทรกซ้อนข้างเคียงมากเท่าๆ กัน นอกจากนั้นการทำทั้ง 2 วิธีร่วมกันก็ไม่ได้ทำให้ผลของการรักษาที่ดีขึ้นกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่งเลย นอกจากจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนข้างเคียงมากเท่านั้นเอง การทำลายต่อมทั้งสองนี้นอกจากฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเต้านมจะหมดไปแล้ว ฮอร์โมนอื่นๆ ที่จำเป้นสำหรับร่างกายก็จะหมดไปด้วย ดังนั้นผู้ป่วยก็จะต้องได้รับฮอร์โมนที่ขาดทดแทนไปตลอดชีวิต ถ้าผู้ป่วยขาดยาก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้
การทำลายต่อมหมวกไต ต่อมหมวกไตเป็นต่อมที่อยู่เหนือไตทั้ง 2 ข้าง ในหญิงปกติจะเป็นตัวสร้างฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเมื่อถูกปล่อยเข้ามาในกระแสโลหิตแล้วสามารถจะถูกเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเพศหญิงได้ และในหญิงที่หมดประจำเดือนแล้วหรือในรายที่รังไข่ถูกทำลายไปแล้ว ต่อมหมวกไตก็สามารถที่จะสร้างฮอร์โมนเพศหญิงได้ ถึงแม้จะไม่มากเท่ารังไข่ แต่ก็เพียงพอที่จะไปกระตุ้นให้มีการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งเต้านม ดังนั้นการทำลายต่อมหมวกไตก็จะเป็นการทำลายแหล่งที่ผลิตฮอร์โมนอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งการรักษาจะได้ผลดีทั้งในรายที่ได้ผลดีมาแล้วจากการทำลายรังไข่ และในผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนไปแล้วนานๆ
วิธีการทำลายต่อมหมวกไตมี 2 วิธี คือ
- การผ่าตัด โดยผ่าเข้าไปตัดต่อมหมวกไตออกทั้ง 2 ข้าง (bilateral adrenalectomy) เป็นการทำการผ่าตัดใหญ่ ผู้ป่วยต้องอยู่ในสภาพที่ดีพอสมควร จึงจะสามารถทนต่อการผ่าตัดแบบนี้ได้ ถ้าผู้ป่วยอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสมก็ไม่ควรจะรักษาโดยวิธีนี้ เพราะจะทำให้เกิดอันตรายสูงมาก
- การกินยาเพื่อกดการทำงานของต่อมหมวกไต (medical adrenalectomy) เป็นวิธีที่ค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ ผลของการรักษาดีเท่าๆ กับการผ่าตัด แต่มีข้อดีกว่ามาก คือไม่ต้องเสี่ยงกับอาการแทรกซ้อนจากการผ่าตัด ผู้ป่วยที่ภาวะไม่สามารถทนต่อการผ่าตัดใหญ่ได้ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ และเมื่อหยุดยา ต่อมหมวกไตก็จะกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทดแทนไปตลอดชีวิตแบบการผ่าตัด การรักษาด้วยวิธีนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน
การทำลายต่อมใต้สมอง ต่อมใต้สมองจะเป็นตัวหลั่งฮอร์โมนมาควบคุมการทำงานของรังไข่และต่อมหมวกไต ถ้าต่อมนี้ถูกทำลายก็จะมีผลเกือบเท่าๆ กับทั้งรังไข่และต่อมหมวกไตถูกทำลาย นอกจากนั้นต่อมใต้สมองนี้ยังสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของร่างกาย (Growth hormone) และฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นการหลั่งน้ำนม (Prolactin) ซึ่งฮอร์โมนทั้ง 2 นี้ก็จะไปมีผลต่อการเจริญเติบโตของเต้านมเช่นกัน ดังนั้น การทำลายต่อมใต้สมองก็จะเป็นการตัดฮอร์โมนทุกชนิดที่จะไปเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเต้านม
วิธีการทำลายต่อมใต้สมองมี 2 วิธี คือ
- โดยการผ่าตัด ศัลยแพทย์ทางประสาทจะเป็นผู้ที่ทำผ่าตัดเปิดกะโหลกของผู้ป่วย เพื่อลงไปตัดต่อมใต้สมองซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนข้างเคียงหลังผ่าตัดได้ วิธีนี้ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมทำกันมากนัก
- โดยใช้รังสี อาจทำได้โดยการฉายแสงหรือฝังสารกัมมันตภาพรังสีผ่านทางจมูก ซึ่งการรักษาอาจจะได้ผลน้อยกว่าวิธีผ่าตัดเล็กน้อย แต่อาการแทรกซ้อนข้างเคียงน้อยกว่ามาก ปัจจุบันจึงนิยมทำมากกว่าวิธีผ่าตัด
สรุป วิธีการรักษาด้วยฮอร์โมนในผู้ป่วยที่ยังมีประจำเดือนอยู่ ก็คือการผ่าตัดต่อมที่ผลิตฮอร์โมนที่ไปเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของเซลมะเร็งเต้านม คือเริ่มต้นด้วยการทำลายรังไข่ ถ้าไม่ได้ผลก็ต้องเปลี่ยนไปรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัด แต่ถ้าได้ผลก็รอต่อไปก่อน เมื่อเกิดเป็นซ้ำขึ้นมาอีกก็รักษาโดยการทำลายต่อมหมวกไตหรือต่อมใต้สมอง ถ้าไม่ได้ผลก็รักษาโดยการใช้สารเคมีบำบัด แต่ถ้าได้ผลก็รอต่อไปอีกเช่นเดิมและเมื่อเกิดเป็นซ้ำขึ้นมาอีก ก็รักษาด้วยการให้ฮอร์โมนขนาดสูงเหมือนกับที่ใช้รักษาในผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว
การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมน
วิธีการทำลายรังไข่ ต่อมหมวกไต และต่อมใต้สมอง
วิธีการรักษาผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว
|