อาการ
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
การตรวจพิเศษ
ระยะต่างๆ ของมะเร็งเต้านม



 



การผ่าตัด
การฉายแสง
การใช้สารเคมีบำบัด
วิธีฮอร์โมน


 



คำแนะนำสำหรับผู้ป่วย
คำแนะนำสำหรับสามีผู้ป่วย
คำแนะนำสำหรับลูก ๆ

 


 

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสาร


ส่วนในผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว (postmenopausal) คือผู้ป่วยที่ไม่มีประจำเดือนมานานกว่า 1 ปีไปแล้ว การรักษาของเราจะตรงกันข้ามกับในผู้ป่วยที่ยังมีประจำเดือนอยู่ โดยการให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมในขนาดที่สูงมากๆ เราก็จะพบว่าได้ผลดีเช่นกัน ฮอร์โมนที่เรานิยมใช้ คือ

ฮอร์โมนที่สร้างจากรังไข่ คือฮอร์โมนเพศหญิงกับโปรเจสเตอโรน
ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมหมวกไต คือฮอร์โมนเพศชายและคอติโคสเตียรอย

ในปัจจุบันเรามีสารสังเคราะห์ตัวใหม่ ซึ่งจะมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปออกฤทธิ์กระตุ้นการเจริญเติบโตของมะเร็ง เราจึงเรียกตัวยานี้ว่า แอนติเอสโตรเจน (antiestrogen) การบริหารยากลุ่มนี้ค่อนข้างสะดวก เพราะว่าส่วนใหญ่ให้โดยการรับประทาน มีบางชนิดเท่านั้นที่ให้โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งก็นับว่าสะดวกกว่าการให้สารเคมีบำบัดซึ่งส่วนมากจะต้องให้โดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำมาก อาการแทรกซ้อนข้างเคียงก็พบได้พอสมควรแต่มักจะไม่รุนแรงหรือเป็นอันตรายต่อชีวิตนัก เช่น คลื่นไส้อาเจียน, บวมเจ็บตึงที่เต้านมข้างที่เหลืออยู่, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่, เลือดออกทางช่องคลอดและอาการที่สำคัญ คือการที่มีระดับแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติ (Hypercalcemia) ซึ่งพบได้ค่อนข้างน้อยและมักจะพบเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูก ผู้ป่วยจะรู้สึกกระหายน้ำ, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้อาเจียน, เบื่ออาหาร และถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที อาจจะถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้ แต่ถ้าวินิจฉัยได้แล้วการรักษาไม่ยุ่งยากและมักจะหายภายใน 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายเข้าไปนานๆ อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายไปทางเป็นชายมากขึ้น เช่น เสียงห้าวขึ้น, มีหนวดและสิวมากขึ้นและอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและความรู้สึกทางเพศด้วย

ส่วนการรักษาด้วยแอนติเอสโตรเจน ซึ่งเป็นตัวยาใหม่นั้น ผลของการรักษาดีเท่าๆ กับการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศทั้งสองชนิด แต่อาการแทรกซ้อนข้างเคียงน้อยกว่ามาก ในปัจจุบันจึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้วและมีเอสโตรเจนรีเซบเตอร์

สรุปการรักษาผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว เราจะเริ่มต้นด้วยการให้ฮอร์โมนเพศหญิงหรือแอนติโตรเจน ลำดับต่อไปก็คือการทำลายต่อมหมวกไต หรือต่อมใต้สมอง ต่อจากนั้นก็ให้โปรเจสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชาย และขั้นสุดท้ายก็คือการให้คอติโคสเตียรอย หลังจากนี้แล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นการรักษาด้วยสารเคมีบำบัด

สาเหตุที่การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนมีหลายลำดับขั้นตอนนั้น ก็เนื่องมาจากการรักษาด้วยวิธีนี้ ส่วนใหญ่จะทำลายเซลมะเร็งไม่หมด แต่จะทำให้จำนวนเซลมะเร็งลดลงมาก อาการและอาการแสดงของมะเร็งก็จะหยุดไปชั่วคราว ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่ในระหว่าง 2-12 เดือน แล้วก็มักจะกลับเป็นซ้ำขึ้นมาอีก เราก็ใช้วิธีอื่นๆ ของการรักษาด้วยฮอร์โมนตามลำดับ เพราะเราทราบดีว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีผลตอบสนองที่ดีต่อการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมน ไม่ว่าวิธีใดก็มักจะมีผลตอบสนองที่ดีการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนวิธีอื่นๆ ด้วย และที่เราไม่นิยมใช้การรักษาด้วยสารเคมีบำบัดเสียตั้งแต่แรก ก็เพราะว่ามีอาการแทรกซ้อนข้างเคียงสูงกว่าการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนมาก และถ้ารักษาไม่ได้ผลแล้ววิธีอื่นๆ ก็มักจะไม่ได้ผลด้วย เราจึงมักจะเก็บไว้ใช้ต่อเมื่อการรักษาด้วยฮอร์โมนไม่ได้ผลแล้ว หรือในรายที่เราคิดว่าการรักาาด้วยฮอร์โมนจะไม่ได้ผล เช่น ในผู้ป่วยที่ไม่มีเอสโตรเจนรีเซบเตอร์ หรือในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่เราต้องหวังผลของการรักษาให้ได้ผลเร็วที่สุด


การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมน
วิธีการทำลายรังไข่ ต่อมหมวกไต และต่อมใต้สมอง
วิธีการรักษาผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว

หน้าหลัก รู้จักมะเร็งเต้านม นมใคร..นมมัน ปรึกษาแพทย์ คำถามที่พบบ่อย sitemap ผู้จัดทำ

2007 (c) Copyright Bangkokbreast.com. All rights reserved.