
เมื่อศัลยแพทย์ทราบแน่นอนแล้วว่าก้อนในเต้านมนั้นเป็นมะเร็ง แพทย์ก็อาจจะต้องซักประวัติและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม รวมทั้งการฉายแสงเอ้กซเรย์ด้วย เพื่อที่จะบอกได้ว่ามะเร็งอยู่ในระยะใด และนอกจากนั้นถ้าสามารถทราบรายละเอียดผลของการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา จะเป็นเครื่องช่วยศัลยแพทย์ในการตัดสินใจว่าควรจะผ่าตัดวิธีใด โดยถือหลักว่าื จะต้องพยายามทำให้หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถดำเนินชีวิตเหมือนปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ดี ก็จะต้องไม่นึกถึงเรื่องของความสวยงามและตามใจผู้ป่วยมากกว่าการควบคุมโรคที่ดี วิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมกับหลักการนี้มากที่สุด ก็คือ การผ่าตัดแบบถอนรากชนิดปรับปรุง การที่เลาะเอาต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกมาจะมีประโยชน์มาก ทั้งนี้เพราะว่าการพยากรณ์โรคที่ค่อนข้างจะถูกต้องแน่นอนที่สุด ก็คือ จำนวนของต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ถูกทำลายโดยเซลมะเร็ง หลังจากที่ได้ทำความสะอาดแผลเรียบร้อย เราก็จะใส่ท่อพลาสติกเล็กๆ ไว้ 2 เส้น เพื่อเป็นทางระบายให้เลือดและน้ำเหลืองที่เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดออกมาได้จะไม่ขังอยู่ในแผล เย็บผิวหนังเข้ามาหากันให้สนิทเหมือนเดิม แล้วปิดแผลให้เแน่นเพื่อให้ผิวหนังติดแน่นกับกล้ามเนื้อหน้าอก เพื่อที่จะไม่ให้เลือดออกมากหลังผ่าตัด และลดอาการปวดแผลที่จะเกิดจากการหายใจและขยับตัว เราจะดึงท่อพลาสติกทั้ง 2 เส้นออกประมาณวันที่ 45 หลังผ่าตัด หรือเมื่อเลือดหยุดไหลแล้ว และมีน้ำเหลืองไหลออกมาไม่มากนัก ประมาณวันที่ 10 หรือ 12 ก็จะตัดไหมที่เย็บไว้ที่ผิวหนังออกบางส่วนแล้วในวันที่ 12 หรือ 14 ก็จะตัดไหมได้หมด เมื่อแผลหายสนิทดีแล้วท่านก็จะอาบน้ำได้เหมือนปกติ
ในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาโดยการตัดเต้านมแบบถอนรากและแบบปรับปรุง อาจจะทำให้เกิดข้อไหล่ติดและแขนบวมได้ ซึ่งทั้ง 2 ประการนี้อาจจะเป็นสาเหตุและผลซึ่งกันและกัน อาจจะทำให้อาการที่เป็นอยู่แล้วเป็นมากขึ้น ถ้ามีสาเหตุอีกประการเกิดร่วมด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ต้องรักษาด้วยการฉายแสงที่บริเวณรักแร้ด้วย ก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้มากขึ้น และอาการอาจรุนแรงมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรจะต้องป้องกันไว้เสียแต่ต้นมือ
สาเหตุของข้อไหล่ติด ก็เนื่องจากเมื่อศัลยแพทย์ได้ทำผ่าตัดเข้าไปที่บริเวณรักแร้ เมื่อผู้ป่วยฟื้นจากสลบก็จะรู้สึกเจ็บบริเวณรักแร้ จึงไม่พยายามที่จะยกแขนขึ้นร่วมกับการที่จะเกิดแผลเป็นดึงรั้งที่รักแร้ก็จะทำให้เกิดข้อไหล่ติด ผู้ป่วยจึงยกแขนขึ้นได้ไม่เต็มที่หรือในบางรายอาจยกแขนไม่ได้เลย การป้องกันก็คือให้ผู้ป่วยออกกายบริหารเสียตั้งแต่ในระยะแรกซึ่งจะได้กล่าวต่อไป
ส่วนสาเหตุของแขนบวมนั้น ก็เกิดจากทางเดินของน้ำเหลืองที่บริเวณรักแร้ถูกทำลายไปจะโดยการผ่าตัดหรือฉายแสงก็ตาม ทำให้น้ำเหลืองจากแขนไหลกลับสู่หัวใจได้ไม่สะดวกเหมือนเดิม จึงทำให้เกิดการคั่งของน้ำเหลืองอยู่ที่บริเวณแขนข้างนั้น แขนจึงบวมขึ้นเรื่อยๆ ถ้าบวมมากๆ ก็จะทำให้ดูน่าเกลียดและในบางครั้ง อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวด และเกิดการติดเชื้อได้ง่าย ถ้าเกิดแขนบวมมากๆ ก็ไม่มีวิธีการรักษาให้หายได้เด็ดขาด แต่เราสามารถที่จะทำให้ยุบลงไปได้บ้าง โดยการงดใช้แขนทำงานชั่วคราว ยกแขนสูงและนวด วิธีที่สำคัญที่สุดก์คือการป้องกัน ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยออกจากห้องผ่าตัดไปนอนพักอยู่ที่ห้องพักฟื้น พยาบาลต้องให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าที่เหมาะสมคือ ให้ต้นแขนของผู้ป่วยกาง 90 องศากับลำตัวแล้วเอาหมอนหนุนให้ข้อศอกอยู่ในระดับเดียวกับหัวใจ และงอปลายแขนให้ตั้งฉากกับต้นแขน โดยจะให้ปลายนิ้วชี้ไปทางศรีษะหรือทางปลายเท้าของผู้ป่วยก็ได้แล้วแต่สะดวก แต่จะต้องเอาหมอนรองที่ปลายแขน และมือให้อยู่ในระดับสูงกว่าข้อศอกเล็กน้อย เพื่อที่จะให้ผู้ป่วยได้เริ่มกางเขนตั้งแต่ทีแรก และเพื่อเป็นการทำให้น้ำเหลืองไหลกลับเข้าสู่หัวใจสะดวกขึ้น เมื่อผู้ป่วยกลับมาถึงหอผู้ป่วยก็จะให้ผู้ป่วยอยู่ในท่าดังกล่าวมาแล้วเช่นกัน
วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยฟื้นตัวจากยาสลบ ลุกขึ้นนั่งได้แล้ว ก็ให้ผู้ป่วยเริ่มใช้แขนข้างนั้น ปฏิบัติภารกิจประจำวันตามปกติได้ เช่น แปรงฟัน, หวีผม, ตักอาหารเข้าปาก และกลับกระดุมเสื้อ เป็นต้น หลังจากนั้นอีก 1-2 วัน ก็เริ่มให้ผู้ป่วยออกกายบริหารโดยให้เริ่มทำช้าๆ ก่อน แล้วจึงค่อยๆ ให้ทำบ่อยขึ้นและแรงขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผู้ป่วยสามารถใช้แขนข้างนั้นได้เหมือนก่อนผ่าตัด หลังจากที่กลับไปบ้านแล้วผูป่วยก็จะต้องออกกายบริหารอยู่เรื่อยๆ มิฉะนั้นไหล่จะติดได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่ ในระยะแรก ๆ ไม่มีไหลติดเลย
การรักษาโดยการผ่าตัด
วิธีการผ่าตัดรักษามะเร็งเต้านม
อาการหลังการผ่าตัด
การออกกำลังกายหลังการผ่าตัด
ข้อแนะนำเพื่อลดอาการบวมของแขน