
ลูกๆ ของคุณ
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกๆ ของคุณมีหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกของเด็กที่กลัวสูญเสียแม่ไป กลัวชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป และสภาพภายในบ้านที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งคุณควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความกลัว เด็กเล็กๆ ที่ยังติดแม่อยู่มาก ถ้าขาดแม่ไป เขาก็จะรู้สึกเหมือนสูญเสียส่วนหนึ่งของชีวิตไปเลยทีเดียว
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวทำให้เด็กจำเป็นต้องปรับตัวอย่างมาก ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าเด็กบางคนจะเผชิญกับปัญหาที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา ปฏิกิริยาของเด็กและการตัดสินใจ รวมทั้งวิจารณญาณของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปได้บ้าง และไม่เหมือนกันทีเดียวนัก
คุณต้องมั่นใจในเบื้องต้นว่าเด็กๆ จะสามารถปรับตัวได้ แต่บางครั้งคุณอาจเข้าใจผิด เด็กๆยังปรับตัวปรับใจไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้แสดงออกมาให้ทราบ จึงไม่ควรสันนิษฐานว่าลูกของคุณไม่มีคำถาม หรือคิดไปเองว่าพวกเด็กๆไม่ต้องการทราบว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น เพียงเพราะว่าเขาไม่ได้พูดออกมา ที่จริงแล้วบางทีเป็นเพราะเด็กๆไม่รู้วิธีที่จะถามโดยเขาไม่รู้จะถามว่าอย่างไรต่างหาก
โดยทั่วไปเด็กจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ ที่สำคัญคุณต้องอธิบายให้เขาเข้าใจตามความเป็นจริง บางทีผู้ใหญ่คิดว่าไม่บอกเสียดีกว่า แต่จริงๆแล้วเป็นความเข้าใจที่ผิด เด็กจะรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น บางสิ่งเปลี่ยนไป แม้ว่าจะเป็นเด็กเล็กก็ตาม ด้วยความช่างสงสัย เขาจะถามโน่นถามนี่อยู่ตลอดเวลา ทำให้การหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับเด็กๆเป็นไปได้ยาก
คุณต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่เด็กๆ
 |
ประการแรก ให้เข้าใจว่าเขาไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้แม่ป่วย เด็กๆ แม้กระทั่งวัยรุ่น จะมีความรู้สึกนึกคิดลึกๆภายในใจว่าเขาเป็นคนผิด ความรู้สึกผิดหรือคิดว่าตัวเองทำอะไรผิดพลาดไปบางอย่างถึงทำให้แม่ไม่สบาย แม้ว่าเขาจะไม่พูดออกมา คุณก็ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ชัดเจนและแจ่มชัด |
 |
ประการที่สอง คุณต้องอธิบายว่าโรคมะเร็งไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถติดต่อกันได้ เด็กอาจเข้าใจผิด และกลัวตัวเองจะติดโรคมะเร็งด้วย |
 |
และที่สำคัญประการที่สาม คุณต้องอธิบายให้เข้าใจว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะไม่ถูกทอดทิ้ง จะมีคนดูแลอย่างแน่นอน ให้ความมั่นใจว่าเด็กๆจะไม่ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง |
พ่อแม่ส่วนใหญ่พบว่าเป็นความยากลำบากที่จะพูดความจริงกับลูก แต่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาของเด็กแนะนำว่า หากไม่บอกความจริงแล้ว จะเกิดผลเสียมากกว่า จะสร้างความสับสน ไม่แน่ใจ ความหวาดกลัวต่อชีวิต เด็กจำนวนมากถึงกับกลายเป็นคนโดดเดี่ยว และปฏิเสธสังคมในภายหลังไปเลยก็มี และเกือบทั้งหมดจะกลายเป็นคนที่ไม่ไว้ใจคนอื่น เด็กต้องการข้อมูลที่เพียงพอที่จะจัดการกับความหวาดกลัว เพื่อให้รู้สึกจิตใจมั่นคงขึ้น และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เด็กๆจะจดจำได้ว่าผู้ใหญ่บอกว่าอย่างไร ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องอธิบายอย่างชนิดตรงไปตรงมา เน้นการให้ข้อมูลที่เที่ยงตรง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่น และสร้างกำลังใจให้เด็กๆ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเบื้องต้น
การบอกความจริงแบบตรงไปตรงมา ไม่ได้หมายความว่าต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง รายละเอียดทุกอย่าง ไม่ต้องเล่าทั้งหมด แต่ต้องมากเพียงพอที่เขาจะเข้าใจ ส่วนที่จะบอกได้มากน้อยแค่ไหนยังขึ้นกับ อายุของเด็ก สภาวะอารมณ์ สภาพจิตใจของเด็ก ซึ่งเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณรู้สึกไม่มั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเพื่อขอรับคำแนะนำเพิ่มเติม
|