
เผชิญหน้าความกลัวและความสูญเสีย
วันนี้ยังไม่รู้เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ จะมัวกลุ้มเรื่องอะไร (คำสอนจี้กง)
จงตั้งความหวังสำหรับสิ่งที่ดีที่สุด และเตรียมตัวสำหรับสิ่งที่แย่ที่สุด
โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกรายต้องเสียชีวิต อย่าคิดว่าเป็นมะเร็งแล้วต้องเสียชีวิต ไม่ใช่คำสั่งประหาร ไม่ใช่คำพิพากษา จึงต้องพิจารณาประเด็นนี้ให้ดี คุณจะได้ไม่กลัวจนเกินไป กลัวจนทำอะไรไม่ถูก ใช้ชีวิตซังกะตาย ไม่ใช่สักหน่อย
ความกังวลและหวาดกลัวของสามีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภรรยา ผู้ชายกลัวการสูญเสียภรรยาที่รัก เพียงแต่อาจไม่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน บางคนกลัวรักษาไม่หายขาด มะเร็งกลับป็นซ้ำ หวั่นใจกับภาวะจิตใจและอารมณ์ของภรรยาที่ต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก กลัวรองรับกับสภาพอารมณ์ของผู้ป่วยไม่ไหว หลายคนยังคาดหวังที่จะมีลบุตรภายหลังการรักษา
จิตแพทย์ชื่อดัง "เจน เทอร์เนอร์" ได้ทำการศึกษาภาวะทางจิตใจของผู้ชายขณะทราบข่าวว่าภรรยาเป็นมะเร็งเต้านม พบว่าเกือบทั้งหมดกลัวความสูญเสีย กลัวภรรยาจะเสียชีวิต และมักจะทำเป็นเข้มแข็งไม่พูดเรื่องนี้ ไม่บอกเล่าความรู้สึกนี้ให้ภรรยาได้รับรู้ ภรรยาส่วนใหญ่ประหลาดใจเมื่อรับทราบความรู้สึกของสามี ผู้ชายบางคนมีความเชื่อว่าการบรรยายความกลัวออกมาอาจเป็นลางบอกเหตุร้าย กลัวว่าอาจต้องทำให้สูญเสีบภรรยาไปจริงๆ อย่างไรก็ตามเมื่อภรรยาทราบความรู้สึกนั้น กลับเป็นผลดีในด้านกำลังใจ เป็นความปลาบปลื้มที่ก่อให้เกิดแรงบวก ต่อสู้กับโรคร้ายต่อไป และร่วมกันวางแผนอนาคตให้กับลูกๆ อีกด้วย
แล้วทำอย่างไรดี? วิธีหนึ่งที่ช่วยได้ คือ ปรับความคิดให้เน้นมุ่งเรื่องของคุณภาพชีวิตให้มากขึ้น ไม่มัวพะวงอยู่กับความคิดว่าจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ และที่สำคัญต้องรู้จักขอคำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ พูดคุยกับแพทย์พยาบาล อีกทั้งอาจแสวงหากำลังใจจากแนวทางความเชื่อส่วนบุคคลที่อาจแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล
|