
วางแผนไว้ล่วงหน้า
สิ่งสำคัญในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมประการหนึ่ง ก็คือคุณต้องพยายามใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงกับปกติให้มากที่สุด ซึ่งแน่นอนไม่ใช่เป็นเรื่องที่กระทำได้ง่ายนัก ปัญหาหลักๆ ที่สำคัญมี 2 ประการ
สภาพร่างกายความสมบูรณ์ของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป และผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา เช่น ผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด เป็นต้น
ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับคำแนะนำให้พยายามทำกิจกรรมทุกอย่างที่เคยกระทำก่อนการรักษา คุณลองทบทวนถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่เคยทำสมัยก่อนเริ่มต้นเข้าโปรแกรมบำบัดรักษา อาจจดบันทึกไว้เป็นหัวข้อๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมร่วมกับครอบครัวของคุณ และเพื่อนสนิทมิตรสหายของคุณ แต่เมื่อการรักษาสิ้นสุดลง และคุณต้องการกลับไปใช้ชีวิตอย่างเดิม คุณอาจจะทำไม่ได้เต็มที่ เนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์เพียงพอ บางรายมีผลข้างเคียงจากยาเคมีบำบัด หรืออาการอ่อนเพลียจากการฉายแสง ซึ่งจะพบได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้คุณเกิดความกังวลใจไม่มากก็น้อย ในกรณีเช่นนี้การเตรียมตัววางแผนไว้ล่วงหน้าถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด อย่าคิดว่าทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิม ให้คุณตั้งต้นใหม่ สร้างเป็นมาตราฐานใหม่สำหรับการดำเนินชีวิต การวางแผนไว้ล่วงหน้าทำให้ชีวิตสดใสขึ้นมาก คุณจะได้ตระเตรียมตัวสำหรับภารกิจหรือกิจกรรมต่างๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า หรือนานเป็นวันๆ เป็นสัปดาห์ เป็นแรมเดือนก็ตาม
สำหรับการวางแผนไว้ล่วงหน้า คุณควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนและรอบคอบ
 |
พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก หรือต้องออกแรงกายโดยไม่จำเป็นในขณะที่ร่างกายรู้สึกเพลียอ่อนแรงมีแรงน้อย |
 |
คิดหาวิธีที่ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยมากโดยใช้อุปกรณ์ช่วยหรือเครื่องทุ่นแรงให้มากขึ้น |
 |
คุณไม่จำเป็นต้องหาทำอะไรตลอดเวลา อย่าลืมว่าคุณต้องการเวลาสำหรับการพักผ่อนเช่นกัน |
 |
บางครั้งคุณอาจนั่งเฉยๆ หายใจเข้าออกยาวๆ หรือนั่งพักเงียบๆ สบายๆ ก็เพียงพอแล้ว |
ต้องเรียงลำดับความสำคัญของภารกิจและกิจกรรมทั้งหลายที่คุณตั้งใจจะทำ โดยที่ไม่เสียเวลา ไม่เสียแรง เปลืองแรง เปลืองกำลัง ไปกับงานหรือกิจกรรมที่ไม่จำเป็น หรือมีความจำเป็นน้อย
วิธีที่ดีวิธีหนึ่ง คือ แยะแยะกิจกรรมต่างๆออกเป็น ประเภทสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่อยากทำ หรือบางอย่างที่ถ้าทำได้ก็จะทำ ยกตัวอย่างสิ่งที่จัดอยู่ในประเภทต้องทำ ได้แก่ การนัดกินข้าวกับเพื่อนสนิท หรือการมีความสุขกับอาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เป็นต้น
บางคนเลือกที่จะปรับกิจกรรมต่างๆ ให้ลดน้อยลงไปบ้าง ทำให้ไม่ต้องคาดหวังว่าจะทำโน่นทำนี่ให้มากมาย หากสิง่ที่คุณคาดหวังมีน้อยลง คุณก็จะรู้สึกดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นโดยปริยาย ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คุณต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือหรือขอความร่วมมือ ในบางกิจกรรมบางสิ่งบางอย่างที่อาจเกินกำลังของคุณไปบ้าง และยังทำให้คนอื่นได้มีโอกาสทำอะไรให้คุณซึ่งเขาเองก็จะมีความสุขใจไม่น้อยเลยทีเดียว
วางแผนไว้ล่วงหน้า ก้าวไปด้วยความมุ่งมั่น คุณจะทำให้แต่ละวันมีความหมายมากขึ้นทั้งสำหรับตัวเองและผู้คนรอบข้าง ระลึกไว้เสมอว่าไม่มีใครล่วงรู้อนาคต อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่อาจกำหนดได้ทั้งหมด การที่คุณสามารถแสวงหาความสุขกับวันนี้เวลานี้ได้มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อตัวคุณเองเท่านั้น
|